ความจริงเรื่องไทใหญ่ "ประวัติศาสตร์ และการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และความอยู่รอดในผืนแผ่นดินของตน" เชิญศึกษาได้ที่นี่                                                                                                                                                                                                                                                                  
  Taiyai.net

งานฉลองต้อนรับปีใหม่

การนับปีเดือนของไทยใหญ่

          วิธีการนับปีตามปฏิทินของไทใหญ่นั้น จะนับเรียงลำดับไปตั้งแต่ปีที่หนึ่งจนถึงปีที่ 60 เรียกว่า “หนึ่งรอบ” เมื่อนับครบหนึ่งรอบคือ 60 ปีแล้วก็กลับมาเริ่มนับใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแต่ละปีก็มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป โดยอาศัยฐานจาก “แม่ปี กับ ลูกปี” เป็นหลัก คือนำเอาแม่ปีมาประกบนำหน้าลูกปีแล้วนับเป็นลำดับไปจนครอบ 60 ปี

                                                                                                            แม่ปี กับ ลูกปี
                 แม่ปี คือชื่อของแม่ปีที่นำมาใช้ในการประกอบนำหน้าลูกปีมี ๑๐ ชื่อ คือ กั๊บ / ลั๊บ / ฮาย / เมิง / ปึ๊ก / กั๊ด / ค๊ด / ฮุ่ง / เต่า / ก่า

                  ลูกปี คือชื่อของลูกปี สำหรับนำมาเรียงประกบตามหลังแม่ปีมี ๑๒ ชื่อ ใจ๋ / เป้า / ยี่ / เมา / สี / ใส / ซิงะ / โมด / สัน / ฮ่าว / เม็ด / ใก้ 
                 มิงปี คือความหมายของปีทั้ง ๑๒ คือ หนู / วัว / เสือ / กระต่าย / จระเข้ / ม้า / แพะ / ลิง / ไก่ / หมา / หมู


แม่ปี
กั๊บ
ลั๊บ
ฮาย
เมิง
ปึ๊ก
กั๊ด
ค๊ด
ฮุ่ง
เต่า
ก่า
 
 
ลูกปี
ใจ๋
เป้า
ยี่
เมา
สี
ใส
ซิงะ
โมด
สัน
ฮ่าว
เม็ด
ใก้
มิงปี
หนู
วัว
เสือ
กระต่าย
จระเข้
งู
ม้า
แพะ
ลิง
ไก่
หมา
หมู

การนับปีหนึ่งรอบ (60 ปี)

กั๊บใจ๋
2
ลั๊บเป้า
3
ฮายยี่
4
 เมิงเมา
5
ปึ๊กสี
6
กั๊ดใส
7
ค๊ดซิงะ
8
ฮุ่งโมด
9
เต่าสัน
10
ก่าฮ่าว
 
เมื่อนับแม่ปีทั้ง ๑๐ ชื่อหมดแล้ว แต่ลูกปีซึ่งมี ๑๒ ชื่อยังไม่หมด ให้เริ่มนับแม่ปีใหม่อย่างนี้ไปจนครอบ ๖๐ ปี
 
11
กั๊บเม็ด
12
ลั๊บใก้
13
ฮายใจ๋
14
เมิงเป้า
15
ปึ๊กยี่
16
กั๊ดเมา
17
ค๊ดสี
18
ฮุ่งใส
19
เต่าซิงะ
20
ก่าโมด
21
กั๊บสัน
22
ลั๊บฮ่าว
23
ฮายเม็ด
24
เมิงใก้
25
ปึ๊กใจ๋
26
กั๊ดเป้า
27
ค๊ดยี่
28
ฮุ่งเมา
29
เต่าสี
30
ก่าใส
31
กั๊บซิงะ
32
ลั๊บโมด
33
ฮายสัน
34
เมิงฮ่าย
35
ปึ๊กเม็ด
36
กั๊ดใก้
37
ค๊ดใจ๋
38
ฮุ่งเป้า
39
เต่ายี่
40
ก่าเมา
41
กั๊บสี
42
ลั๊บใส
43
ฮายซิงะ
44
เมิงโมด
45
ปึ๊กสัน
46
กั๊ดฮ่าว
47
ค๊ดเม็ด
48
ฮุ่งใก้
49
เต่าใจ๋
50
ก่าเป้า
51
กั๊บยี่
52
ลั๊บเมา
53
ฮายสี
54
เมิงใส
55
ปึ๊กซิงะ
56
กั๊ดโมด
57
ค๊ดสัน
58
ฮุ่งฮ่าว
59
เต่าเม็ด
60
ก่าใก้
เมื่อนับแม่ปี กับ ลูกปี ครบจำนวน 60 ปี (หนึ่งรอบ) แล้ว เริ่มนับ “กั๊บใจ๋” เป็นลำดับไปอีก



ประเพณีอาบน้ำแม่ปีเดือนสิบ (คืนที่แม่ปีหมด)

วิธีการนับปี เดือน วัน
                แม่ปีนั้นมีเพียง 10 ชื่อ เมื่อเริ่มนับไปก็จะไปสิ้นสุดเอาในเดือน 10 พอดี ดังนั้น เดือนสิบจึงเรียกว่า “เดือนสิบแม่ปีหมด” แต่ลูกปีมีจำนวน 12 ยังคงเหลืออีกสองเดือนจึงกลับไปเริ่มนับแม่ปีใหม่ โดยนำแม่ปีมานับนำหน้าลูกปีที่เหลืออีกสองเดือนจนครบ เมื่อลูกปีหมดในวันแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบสอง วันถัดมาคือวันขึ้นหนึ่งค่ำเดือนอ้ายจึงเรียกว่า “วันเริ่มต้นปีใหม่ไต (ไทใหญ่)”
          การสิ้นสุดของแม่ปีในเดือนสิบนั้น ถือว่าเป็นมงคลประจำปี เพราะเป็นการสิ้นสุดของแม่ปี คือแม่ปีหมดตอนเที่ยงคืนของวันแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบ ซึ่งเป็นช่วงที่งานเกษตรกรรมต่าง ๆ ให้ผลและเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วพอดี จึงมีประเพณีนิยมหลายอย่างในช่วงนี้ เช่น อาบน้ำแม่ปีกันในตอนเที่ยงคืน กรองน้ำเก็บไว้ดื่มกิน หรือเก็บไว้ทำมงคลต่าง ๆ ทำงานมงคลถวายข้าวพระพุทธเนื่องในวันดาวพัดเที่ยง (หลาววีเต็ง) งานฟังธรรม (ถ่อมลีก) งานไหว้ครู เป็นต้น
          ตารางการนับปีหนึ่งรอบ (60 ปี) ที่แสดงไว้ข้างต้นนั้น นอกจากจะใช้ในการนับปี ตั้งแต่ปีที่หนึ่งจนถึงปีที่หกสิบแล้ว ยังใช้นับเป็นตารางประจำวันด้วย กล่าวคือ ตามตารางข้างต้นนั้น หนึ่งปีก็จะกำจัดอยู่เฉพาะช่องตารางเดียว ใช้ช่องเดียวไม่เปลี่ยนไปไหน เช่น ปีนี้เป็น “ปีกั๊บใจ๋” ก็จะยังคงเป็นปีกั๊บใจ๋อยู่หนึ่งปีเต็ม ๆ คือตั้งแต่วันขึ้นหนึ่งค่ำเดือนอ้ายจนถึงวันแรมสิบห้าค่ำเดือนสิบสองจึงเริ่มนับ “ปีลั๊บเป้า” ต่อไป
                ตารางข้างต้นนั้น นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือนับปีแล้วยังคงใช้นับประจำวันด้วย เช่น วันนี้เป็นวัน “กั๊บใจ๋” พรุ่งนี้เป็นวัน “ลั๊บเป้า” พรุ่งนี้เป็นวัน “ฮายยี่” นับเป็นลำดับอย่างนี้ไปจนครบหกสิบวันแล้วกลับมาเริ่มนับใหม่อีก โดยนับวนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่มีหยุด
              อนึ่ง ชื่อปีกับชื่อวันแต่ละวันที่ผ่านไป ๆ นั้นยังมีความหมายสื่อถึงการดำเนินชีวิตแต่ละวัน คือสัมพันธ์กับกราฟชีวิตและเกี่ยวข้องกับการทำนายดวงชะตา การทำมาค้าขายต่าง ๆ อีกด้วย


กรองน้ำเดือนสิบในคืนแม่ปีหมดไว้ดื่มกิน หรือเก็บไว้ใช้เพื่อพิธีมงคลต่าง ๆ

แม่ปี กับ วิถีชีวิต
แม่ปี คือ กั๊บ / ลั๊บ / ฮาย / เมิง / ปึ๊ก / กั๊ด / ค๊ด / ฮุ่ง / เต่า / ก่า
เมืองไตสมัยเจ้าฟ้านั้นจะมีวันตลาดนัดทุกห้าวันโดยนับให้ตรงกับ “ฮาย” กับ “ฮุ่ง” ซึ่งห่างกันห้าวัน หากวันตลาดตรงกับ “ฮาย” เรียกว่า “วันตลาดฮาย” หากตรงกับ “ฮุ่ง” เรียกว่า “วันตลาดฮุ่ง” ตลาดฮุ่ง กับ ตลาดฮายห่างกันห้าวัน ซึ่งมีวิธีการนับรอบวันรอบเดือนกันอีกว่า “ห้าวันเป็นหนึ่งตลาด”“หนึ่งตลาดเป็นหนึ่งโวง “สามโวงเป็นหนึ่งเดือน”  เป็นต้น
 
การเริ่มนับปีศักราชของไทใหญ่
วิธีการนับปีจนครบปีที่ 60 แล้วกลับมานับใหม่ดังกล่าวนั้น เป็นประเพณีนิยมที่ปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอันยาวนาน โดยไม่มีการนับสืบเนื่องต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนกับปีพุทธศักราช หรือปีคริสตศักราชแต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 450 หรือคริสตศักราช 94 ซึ่งตรงกับในยุคอาณาจักรหนองแสรุ่งเรือง จึงได้เพิ่มการนับปีศักราชไต (ไทใหญ่) ขึ้นมาอีก คือ วิธีการนับตามแบบฉบับแม่ปี กับ ลูกปีก็ยังคงอยู่ และนับเหมือนแต่เดิมที่เคยปฏิบัติกันมา แต่ได้ตกลงเริ่มนับปีศักราชไทใหญ่เป็นครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งเมื่อมาถึงปีพุทธศักราช 2553 นี้แล้วก็ตรงกับปีศักราชไต (ไทใหญ่) 2103 พอดี
การต้อนรับปีใหม่
                เมื่อถึงวันขึ้นหนึ่งค่ำเดือนอ้ายเป็นวันเริ่มต้นศักราชใหม่ ชาวไทใหญ่ทั่วทุกประเทศทั้งในไทย จีน รัฐฉาน พม่า หรือชาวไทยใหญ่โพ้นทะเลต่างก็จัดงานต้อนรับปีใหม่โดยทั่วกัน
                วิธีงานที่จัดในเพื่อต้อนรับปีใหม่มีสามลักษณะ คือ
                1.คอยเจ๋ง หมายถึง การจัดงานในขณะที่วันปีใหม่ยังมาไม่ถึง เป็นการจัดคอบปีใหม่ ซึ่งเป็นการจัดทำก่อน เพราะช่วงวันขึ้นปีใหม่จริง ๆ มีกิจธุระอื่น ๆ ที่ต้องทำ
                2.รับเจ๋ง หมายถึง การจัดงานต้อนรับปีใหม่ตรงกับวันปีใหม่
                3.เล่นเจ๋ง หมายถึง การจัดงานต้อนรับปีใหม่เหมือนกัน แต่ในช่วงวันปีใหม่มีกิจขัดข้องจึงเลื่อนมาจัดเอาตอนที่วันขึ้นปีใหม่ผ่านไปแล้วไม่นาน
ขนมประจำปีใหม่ได้แก่ “ข้าวต้มแหลม” กับ “ข้าวปุ๊ก ” ขนมสองชนิดนี้มีความหมาย ข้าวต้มแหลมมีลักษณะเหมือนกับข้าวต้ม (กล้วย) ทั่วไป แต่ที่พิเศษก็คือ จะทำเป็นลักษณะเป็นสามเหลี่ยมแหลมด้านหนึ่งแหลมยาว หมายถึงให้มีความฉลาดหลักแหลม และข้าวปุ๊ก (ข้าวขนมคลุกงา) ซึ่งทำจากข้าวเหนียวใหม่ประจำปีใหม่ นึ่งแล้วนำมาตำผนมงาดำ ซึ่งหมายถึงความเหนียวแน่นแห่งสามัคคี ขนมสองชนิดนี้จัดทำขึ้นแล้วนำไปถวายวัด ขอขมาผู้เฒ่าผู้แก่ และแจกจ่ายกันทาน
 


ดาววีเที่ยงตอนเดือนสิบ

     

Copyright (c) 2008. Taiyai.net.All rights reserved