ความจริงเรื่องไทใหญ่ "ประวัติศาสตร์ และการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และความอยู่รอดในผืนแผ่นดินของตน" เชิญศึกษาได้ที่นี่                                                                                                                                                                                                                                                                  

  Taiyai.net

 

การศึกษาในปัจจุบัน

โรงเรียนของรัฐส่วนใหญ่จะอยู่ในตัวเมือง เด็ก ๆ ชาวไทยใหญ่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับการศึกษา ในระบบโรงเรียน เพราะในชนบทซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐฉานไม่มีโรงเรียน ไม่มีสถานศึกษาของภาครัฐ เด็กไทยใหญ่ส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับการศึกษา มีทางเดียวที่เด็ก ๆ เหล่านี้ได้เกิดการเรียนรู้มีอยู่ 3 ทาง คือ

1. ศึกษาในระบบโรงเรียน โดยเฉพาะในตัวเมือง
2. การศึกษาโดยอาศัยวัด
3. การศึกษาพิเศษ โดยเปิดอบรมในบางครั้ง

 
การศึกษาในระบบโรงเรียน

ในตัวหัวเมืองไทยใหญ่ที่มีประชากรมาก และมีศูนย์ราชการพม่าประจำอยู่นั้น เด็กไทยใหญ่ส่วนหนึ่ง ก็ได้เข้าศึกษาในระบบโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งในแต่ละเมืองมีโรงเรียนอยู่อย่างน้อยสุด 1 โรงเรียน หากได้จบระดับประถมศึกษา หรือในบางเมืองที่จบระดับมัธยมศึกษา มีเด็กจำนวนน้อยมากที่สามารถ ไปศึกษาต่อในเมืองหลวงที่มีระดับการศึกษาที่สูงกว่านั้นอีก อันเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีพ่อแม่บางรายสามารถส่งลูกไปศึกษาในร่างกุ้ง หรือมัณฑเล ซึ่งนักศึกษาชาวไทยใหญ่ ที่ได้ไปศึกษาในมหาวิทยาลัยนี้เอง มีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์ภาษาและวัฒนธรรมไทยใหญ่ โดยจัดทำ หนังสือภาษาไทยไหญ่ออกเผยแพร่ และรวมตัวกันอาสาไปเปิดสอนภาษาและวัฒนธรรมไทยใหญ่ ตามหัวเมืองต่าง ๆ ในช่วงฤดูร้อนอยู่เสมอ


การศึกษาโดยอาศัยวัด

วัดในรัฐฉานนอกจากจะเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวไทยใหญ่อันเป็นหลักสำคัญแล้ว ยังเป็นความหวัง ของพ่อแม่อีกด้วย ที่หวังจะให้ลูกของตนได้รับการศึกษา และสามารถอ่านออกเขียนได้ เด็กได้เข้าศึกษาใน พระพุทธศาสนา โดยบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 7 ขวบขึ้นไป ทั่วรัฐฉานจะเห็นได้ว่าในวัดตามหมู่บ้านต่าง ๆ จะมีสามเณรอยู่เกือบทุกวัด โดยเฉพาะในวัดที่มีพระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถและได้รับการศึกษาในเมือง มาก่อนจะมีสามเณรมากมาย ผู้ที่ผ่านเข้ามาในระบบการศึกษาของพระพุทธศาสนานี้เอง บางส่วนได้ศึกษาอยู่ ในรัฐฉานเอง บางส่วนได้ไปศึกษาต่อในร่างกุ้ง และในหัวเมืองพม่าอื่น ๆ บางส่วนเข้ามาศึกษาโดยพึ่งประเทศไทย และมีจำนวนหนึ่งได้ไปศึกษาในต่างประเทศ

 
 

การศึกษาพิเศษ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ การเปิดโครงการอบรมวัฒนธรรมและภาษาไทยใหญ่ภาคฤดูร้อน ได้เกิดความนิยมจัดทำกันเพิ่มมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กน้อย ๆ ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะในชนบทยังคงมีเด็กและผู้ใหญ่เป็นจำนวนมากที่ยังไม่เคยรู้จักหนังสือมาก่อน การจัดทำ โครงการนี้นิยมจัดทำในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน อันเป็นระยะเวลาที่พระสงฆ์ ก็สอบไล่เสร็จ นักศึกษาก็เปิดภาคเรียน และเป็นช่วงว่างของชาวไร่ชาวนา ดังนั้น พระสงฆ์ และนักการศึกษาดัง กล่าวจึงได้รวมตัวกันเปิดสอนถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ให้แก่เด็กและประชาชน จึงถือได้ ว่านี้ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ดีที่สุดในรัฐฉานซึ่งจะนำความรู้เข้ามอบให้แก่พวกเขา อย่างไรก็ตามโครงการอบรม เช่นนี้ก็หาได้เปิดอบรมทุกหมู่บ้านไม่ และยังถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบถึงจำนวนหมู่บ้านที่ไม่ได้ทำการ เปิดอบรม

       

Copyright (c) 2008. Taiyai.net.All rights reserved