ความจริงเรื่องไทใหญ่ "ประวัติศาสตร์ และการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และความอยู่รอดในผืนแผ่นดินของตน" เชิญศึกษาได้ที่นี่                                                                                                                                                                                                                                                                  

  Taiyai.net

ประเพณีปอยส่างสอง(บวชลูกแก้ว)


 

 

คำว่า “ปอยส่างลอง” หมายถึงงานบวชลูกแก้ว ปอยหมายถึง งาน ส่างหมายถึงสามเณร และลอง หมายถึง ผู้ที่สูงส่ง หรือลูกแก้วที่เตรียมจะบวช ปอยส่างลอง เป็นประเพณีของชาวไทยใหญ่ที่นับถือพระพุทธศาสนา

   ซึ่งโดยปกติจะจัดปอบส่างลองกันช่วงมีนาคม - มิถุนายน สำหรับผู้ที่เป็นส่างลองได้นั้นต้องเป็นเพศชาย อายุ 10 ขวบ - 15  ปี
            ก่อนที่จะบวชตามประเพณีที่เรียกว่าปอยส่างลอง เด็กที่จะบวชต้องไปอยู่วัดก่อน ในอดีตประมาณหนึ่งปี แต่สำหรับปัจจุบันประมาณหนึ่งเดือนเพื่อวิธีการปฏิบัติตน และบทสวดต่าง  ๆ ทั้งในขณะกำลังอยู่ในภาวะล่างลอง และเมื่อบวชเป็นสามารถเรียบร้อยแล้ว ตอนที่อยู่วัดเรียก
“กัปปิยะ” (เด็กวัด) ซึ่งระยะเวลาความยาวนานของการเป็นส่างลองขึ้นอยู่กับฐานะ หรือข้อตกลงของเจ้าภาพร่วมอื่น แต่อย่างต่ำประมาณ 3 วัน

ความเป็นมาของ ประเพณีปอยส่างลอง

            ปอยส่างลองที่กลายมาเป็นประเพณีสำคัญของไทยใหญ่ ก็เนื่องด้วยการนำเอาช่วงขณะที่เจ้าชายสิทธัตถะออกบวชมาเป็นประเพณีบวชตาม หมายความว่า เจ้าชายสิทธัตถะ ซึ่งเจ้าชายได้สละเพศฆราวาสที่เป็นถึงเจ้าชายแต่ออกบวชเป็นภิกษุ โดยมุ่งมั่นเพื่อแสวงหาความหลุดพ้น ด้วยเหตุนี้ ชาวไทยใหญ่จึงถือเอาเหตุการณ์นี้เป็นนิมิตหมายอันดี นำบุตรหลานมาแต่งตัวให้มีความหรูหราเช่นกับเจ้าชาย จัดงานฉลองอย่างใหญ่โตประมาณ 2-3 วันแล้วก็บวชเป็นสามเณรต่อไป ประเพณีปอยส่างลองที่จัดทำกันในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และวัดป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่
 

ขั้นตอนการบวช

            ก่อนบวช พ่อแม่หรือญาติจะไปรับเด็กที่จะบวชเป็นส่างลองที่วัดแล้วนำกลับไปบ้าน เพื่อปลงผม ขัดสีให้สะอาด สำหรับในวันบวช พ่อแม่หรือญาติจะนำเด็กไปอาบน้ำเงินน้ำทองที่วัดแต่เช้า (ประมาณตีสี่หรือตีห้า) เมื่ออาบเสร็จสรรพแล้วก็นุ่งห่มชุดส่างลองที่เตรียมไว้ ใส่ประดาเครื่องประดับที่มีทุกอย่างทั้งสร้อยคอทองคำแหวนกำไลข้อมือข้อเท้าตุ้มหู รับศีลห้าพร้อมกันที่พระอุปัฌาย์แล้วกลับไปที่บ้าน หรือศาลาที่จัดทำไว้สำหรับที่ส่างลองพร้อมกับตะเป (ลูกศิษย์) ในช่วงเช้า และช่วงเย็นจะมีการแห่แหนไปมาบริเวณงาน และเดินทางไปบ้านงาน หรือบ้านญาติ ๆ เพื่อให้ญาติได้ขอขมา และถวายอาหารคาวหวาน
            และในวันสุดท้ายจะมีการแห่แหนจากศาลาส่างลองไปวนโบสถ์ หรือศาลาใหญ่ที่ทำพิธีบวช 3 รอบ ซึ่งมีขบวนแห่ต่าง ๆ ตามหลัง คือ
“ครัวตาน” (เครื่องไทยทาน) ประกอด้วยต้นตะเป่ส่า พานดอกไม้ เทียนเงินเทียนทอง เครื่องอัฐบริขาร ขบวนการฟ้อนรำมโหรี เมื่อแห่ได้สามรอบแล้ว ส่างลองก็จะเข้าสูศาลาพรรชาตามพิธีกรรมของสงฆ์ เมื่อบวชเป็นสามาเณรแล้วเสร็จ งานก็เป็นอันสิ้นสุดไป คงเหลือแต่ลูกเณร ซึ่งจะต้องบวชอยู่ในผ้าเหลืองอย่างต่ำ 7 วัน เมื่อพ้น 7 วันจะสึก หรืออยู่ต่อได้ตามความสมัคร

                                                                      

       

Copyright (c) 2008. Taiyai.net.All rights reserved